ป่าหิมพานต์ สัตว์หิมพานต์

ป่าหิมพานต์ เป็นชื่ของป่าที่เป็นตำนานโบราณ วรรณคดีไทยหลายเรื่อง ได้พูดถึงป่าหิมพานต์นี้ และได้พรรณาถึงลักษณะของป่านี้ในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบรรยายถึงภาพบรรยากาศของ ความปรำปรา ความลึกลับ เหนือธรรมชาติรเวลาพูดถึงเรื่องความมหัศจรรย์ต่างๆ ก็มักจะอ้างอิงเข้าไปในป่าหิมพานต์แห่งนี้ หลักฐานการกล่าวถึงป่าหิมมานต์นี้มีปรากฏเป็นหลักฐานในคัมภีย์เก่าแก่ คือ ไตรภูมิพระร่วง ซึ่งเป็นบันทึกเก่าแก่ที่สร้างในยุคสุโขทัย โดยไตรภูมิพระร่วงได้กล่าวถึงภพภูมิต่างๆ ที่เป็นสถานที่เวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์ และพูดถึง จักรวาล ตลอดจนพระนิพพานที่เป็นที่สิ้นสุดแห่งการเวียนว่ายตายเกิด และในไตรภูมิพระร่วงนี้เองได้กล่าวถึง ป่าหิมพานต์นี้ด้วย โดยอธิบายว่า ป่าหิมพานต์ ตั้งอยู่ในชมพูทวีป ซึ่งเป็นหนึ่งในทวีปที่ใหญ่ โดยบนเขามีสระน้ำใหญ่ 7 สระ สระสำคัญประกอบด้วย

1.สระอโนดาต 2.สระกัณณมุณฑะ 3.สระรถการะ 4.สระฉัททันตะ 5.สระกุณาละ 6.สระมัณฑากิณี 7.สระสีหัปปาตะ

โดยสระแต่ละสระ จะเป็นที่อยู่ของสัตว์หิมพานต์ต่างๆอาทิเช่น สระฉัททันตะเป็นที่อยู่ของพญาช้าง และสระอโนดาต ที่เป็นยอดเขาของป่าหิมพานต์ ในป่านี้มีสัตว์และพันธ์ุไม้ประหลาดมากมาย เช่น มีต้นหว้าใหญ่ที่เอามือล้วงเข้าไปสุดแขนจึงจะถึงเมล็ด ยางของต้นหว้าเมื่อตกลงในน้ำจะกลายเป็นทองคำ นกที่กินลูกหว้าก็มีขนาดเท่าบ้านเรือน ป่าหิมพานต์จึงเป็นพื้นที่สำคัญที่จิตรกรและกวีจะสร้างสรรค์เรื่องราวน่าอัศจรรย์ รวมไปถึงสัตว์พิเศษพันธุ์ผสมทั้งหลายจากป่าหิมพานต์นี้

สัตว์หิมพานต์ เป็นสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนกับสัตว์ทั่วไป มีความแปลกประหลาดและอัศจรรย์ โดยอิทธิพลเป็นลักษณะของสัตว์หิมพานต์นี้เป็นอิทธิพลที่สำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์ และศาสตร์ต่างๆของไทย เช่นการรูปของสัตว์หิมพานต์ต่างๆมาสร้างเป็นตรากระทรวงทบวงกรมต่างๆ ของไทยเช่น คชสีห์เป็นตราประจำกระทรวงกลาโหม หรือราชสีห์เป็นตราเป็นกระทรวงมหาดไทย และพญาครุฑเป็นตราแผ่นดินเป็นต้น รูปของสัตว์หิมพานต์นี้ยังมีอิทธิพลต่อศาสตร์ทางด้านพระเวทย์วิทยาคม หรือตำราทางคาถาอาคมของไทยอีกด้วย โดยเกจิอาจารย์โบราณมักนำรูปสัตว์หิมพานต์นี้มาสร้างเป็นรูปยันต์ทำการลงอักขระคาถาต่างๆ นอกจากนั้นอิทธิพลของป่าหิมพานต์ ยังปรากฏในพระพุทธศาสนา โดยศาสนสถานต่างๆ ยังได้วาดรูปป่าหิมพานต์ไว้ตามโบถก์ วิหาร หรือศาลาอีกด้วย

ตัวอย่างของสัตว์หิมพานต์มีดังนี้

1.กิเลน – กิเลนจีน – กิเลนไทย – กิเลนปีก 2.ประเภทกวาง – มารีศ – พานรมฤค – อัปสรสีหะ 3.ประเภทสิงห์ – บัณฑุราชสีห์ – กาฬสีหะ – ไกรสรราชสีห์ – ติณสีหะ – เกสรสิงห์ – เหมราช – คชสีห์ – ไกรสรจำแลง – ไกรสรคาวี – ไกรสรนาคา – ไกรสรปักษา – โลโต – พยัคฆ์ไกรสร – สางแปรง – สกุณไกรสร – สิงฆ์ – สิงหคาวี – สิงหคักคา – สิงหพานร – สิงโตจีน – สีหรามังกร – เทพนรสีห์ – ฑิชากรจตุบท – โต – โตเทพสิงฆนัต – ทักทอ 4.ประเภทม้า – ดุรงค์ไกรสร – ดุรงค์ปักษิณ – เหมราอัสดร – ม้า – ม้าปีก – งายไส – สินธพกุญชร – สินธกนธี – โตเทพอัสดร – อัสดรเหรา – อัสดรวิหค 6.แรด 7.ประเภทช้าง – เอราวัณ – กรินทร์ปักษา – วารีกุญชร – ช้างเผือก 8.ประเภทวัวควาย – มังกรวิหค – ทรพี / ทรพา 9.ประเภทลิง – กบิลปักษา – มัจฉานุ 10.ประเภทสุนัข 11.สัตว์ประเภทนก – อสูรปักษา – อสุรวายุพักตร์ – ไก่ – นกการเวก – ครุฑ – หงส์ – หงส์จีน – คชปักษา – มยุระคนธรรพ์ – มยุระเวนไตย – มังกรสกุณี – นาคปักษี – นาคปักษิณ – นกหัสดี – นกอินทรี – นกเทศ – พยัคฆ์เวนไตย – นกสดายุ – เสือปีก – สกุณเหรา – สินธุปักษี – สีหสุบรรณ – สุบรรณเหรา – นกสัมพาที – เทพกินนร – เทพกินรี – เทพปักษี – นกทัณฑิมา 11.ประเภทปลา – เหมวาริน – กุญชรวารี – มัจฉนาคา – มัจฉวาฬ – นางเงือก – ปลาควาย – ปลาเสือ – ศฤงคมัสยา 12.ประเภทจระเข้ – กุมภีร์นิมิต – เหรา 13.ประเภทปู 14.ประเภทนาค 15.ประเภทกึ่งมนุษย์ – คนธรรพ์ – มักกะลีผล

#ปาหมพานต #สตวหมพานต

ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น